รีวิวหนัง Spider-Man: Homecoming เรื่องของ ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ ในวัยใสไฮสคูล

Posted by

เรื่องราวของ Spider-Man: Homecoming นั้นเป็นเรื่องราวที่ดำเนินไทม์ไลน์ต่อจาก Captain America : Civil War ซึ่งในตอนนั้นตัวหนังได้ปูให้เห็นความสัมพันธ์ในลักษณะ พ่อ-ลูก หรือเมนเทอร์ ระหว่างโทนี สตาร์ค และ ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ ไว้แล้ว ก่อนที่มันจะกลายมาเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของการเดินเรื่องในหนังภาคเดี่ยวของสไปเดอร์แมนนี้ด้วย โดยทางโซนีเองก็หมายมั้นปั้นมือว่าจะทำการรีแบรนด์สไปเดอร์แมนใหม่ หลังจากช่วงทศวรรษที่ผ่านมาวนย่ำอยู่กับที่มาพักใหญ่ด้วยการหันมาจับมือกับมาร์เวล สตูดิโอในการพัฒนาบทใหม่

Spider-Man: Homecoming เป็นเรื่องราวของ ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ ในวัยใสไฮสคูล หนุ่มเนิร์ดหัวดีวัย 15 ที่ยังคงใช้ชีวิตเหมือนเด็กนักเรียนไฮสคูลทั่วไป ปัญหาของปีเตอร์ในวัยนี้จะเป็นปัญหาแบบ must have ที่พบเห็นได้ในหนัง coming of age ตั้งแต่การพิสูจน์ตัวเองให้เพื่อนยอมรับในโรงเรียน ไหนจะยังต้องคอยรักษาความลับเรื่องสไปเดอร์แมนจากป้าเมย์และ เน็ด คู่หูตุ้ยนุ้ยสาย Geek ของเขา ไหนจะตกหลุมรักแบบปั๊ปปี้เลิฟ ซึ่งแคแร็คเตอร์ของ ทอม ฮอลแลนด์ ต้องบอกว่าแทบจะถอดแบบสไปเดอร์แมนจากเวอร์ชันการ์ตูนคอมมิคส์มาเลย ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างหน้าตา ท่าทางการพูดการเดิน สิ่งที่สัมผัสได้คืออินเนอร์ที่ต่างออกไปจากเวอร์ชันของ โทบี้ และ แอนดรูว์ อย่างชัดเจน ยิ่งดูก็ยิ่งมองเห็นความเป็น ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ ในตัวเขาชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ

ในช่วงครึ่งแรกของหนังจะโฟกัสไปที่การทำความรู้จักกับตัว ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ และแวดล้อมของเขามากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะการเริ่มเรียนรู้พลังความสามารถของชุดสไปดี้สูทที่ โทนี สตาร์ค มอบไว้ให้เขา ซึ่งเราจะได้เห็นชุดมนุษย์แมงมุมล้ำ ๆ มีลูกเล่นฟังก์ชันอินเทรนด์ต่างจากภาคก่อน ๆ ถูกนำมาใช้ปราบโจรทุกเกรดในเมืองควีนส์ เริ่มจากโจรกระจอกขโมยจักรยาน โจรปล้นเอทีเอ็ม ไปจนถึงการเผชิญหน้ากับวายร้ายคู่ปรับอย่าง เอเดรียน ทูมส์ หรือ Vulture (ไมเคิล คีตัน) นักธุรกิจที่ประสบแต่ความล้มเหลวฉวยโอกาสตั้งบริษัทรับดูแลซากชิ้นส่วนจากเหตุการณ์ต่อสู้ระหว่างทีม Avengers กับเอเลียนบุกโลก ซึ่งชิ้นส่วนเหล่านั้นเป็นซากอาวุธของเอเลียนที่มีเทคโนโลยีขั้นสูง ทำให้เอเดรียนคิดจะนำมันไปขายต่อให้กับอาชญากรอื่น ๆ และนี่คือคู่ปรับที่สมน้ำสมเนื้อกับสไปดี้วัยทีน กับสเกลการต่อสู้ที่ลดลงมาเหลือเพียงการปกป้องเมืองควีนส์ แต่ถึงอย่างนั้น ก็ต้องบอกว่า Vulture เป็นตัวร้ายที่ยกระดับตัวหนังได้ดี ตัวละครถูกออกแบบมาอย่างมีมิติ มีสาเหตุแรงจูงใจที่มาที่ไปของการเลือกทำแบบนั้นแบบนี้ รวมทั้งฉากการการต่อสู้ที่ต่อกรกันได้สนุกตื่นเต้น ไม่ก๊องแก๊งเหมือนที่เราเคยชินจากในหนังของ MCU

นอกจากการเดินเรื่องที่ทำได้สนุกตื่นเต้นยืนระยะได้ต่อเนื่องแล้ว หนังยังมีองค์ประกอบหลายอย่างที่น่าจดจำ ไม่ว่าจะเป็นจังหวะมุขตลกร้ายฮาได้เรื่อย ๆ และกิมมิคที่ถูกสอดแทรกเข้ามาได้ไหลลื่นลงตัวชนิดเก็บรายละเอียดทุกเม็ด ชั้นเชิงในการเล่นกับอารมณ์คนดูที่ล้วนอยากรู้สถานะของสไปดี้กับการรวมทีม Avengers ซึ่งตรงนี้ชอบตรงที่หนังเลือกเล่าเรื่องโดยให้พื้นที่ความเป็นสไปเดอร์แมนได้แสดงให้เห็นความยูนิคในเจตนารมย์ที่อยากจะกลับไปปกป้องเมืองเล็ก ๆ ของตัวเอง มากกว่าจะเล่นใหญ่กระโจนป่าวประกาศพร้อมออกมาปกป้องโลก อ่านต่อ

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *