หมู่บ้านน่ารัก แห่งแคว้น Alsace

หมู่บ้านน่ารัก แห่งแคว้น Alsace

หมู่บ้านน่ารัก แห่งแคว้น Alsace เวลาเราดูการ์ตูนแนวเทพนิยายหรืออ่านนิทาน ก็จะมีภาพของหมู่บ้านสีสันสดใส บรรยากาศอบอุ่นน่ารักปรากฏขึ้นมาในจินตนาการเสมอ ซึ่งภาพเหล่านั้นก็ไม่ได้ไกลเกินกว่าความเป็นจริงสะพานพุทธ ชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยา

หมู่บ้านน่ารัก แห่งแคว้น Alsace

Colmar

1. Colmar

ถ้าพูดถึงหมู่บ้านที่สวยที่สุดใน แคว้นอาลซัส (Alsace) ประเทศฝรั่งเศส เมืองแรกๆ ที่นึกถึงคงเป็น กอลมาร์ (Colmar) หมู่บ้านน่ารักเต็มไปด้วยอาคารบ้านเรือนสีสันสดใส ที่ยังคงเสน่ห์ความคลาสสิกของสมัยยุคกลาง อย่างเช่น Maison des Têtes คฤหาสน์ทรงสูงจากยุคเรอเนซองส์ (Renaissance) และ Maison Pfister อาคารหอคอยเก่าแก่ สร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 16 และเนื่องจากตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของฝรั่งเศสซึ่งติดกับ ประเทศเยอรมัน จึงได้รับอิทธิพลทางวัฒนธรรมและสถาปัตกรรมมาค่อนข้างมาก

เสน่ห์ของกอลมาร์ไม่ได้มีเพียงบ้านเมืองอันแสนน่ารักเท่านั้น แต่ยังมีลำคลองไหลผ่านตลอดทางจนได้รับการขนานนามให้เป็น “Little Venice” (la Petite Venise) แถมยังขึ้นชื่อว่าเป็น Ville Fleurie หรือ Flowering City ซึ่งแปลว่า “หมู่บ้านแห่งดอกไม้” อีกด้วย ถ้าสังเกตดูดีๆ เราจะเห็นกระถางต้นไม้ตั้งอยู่ตามระเบียงบ้านแต่ละหลัง เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน ดอกไม้เหล่านั้นจะบานสะพรั่ง แต่งแต้มสีสันให้หมู่บ้านแห่งนี้มีชีวิตชีวาขึ้นไปอีก

2. Riquewihr

ทุกคนพอจะคุ้นเคยกับหมู่บ้าน Riquewihr บ้างมั้ยคะ ถ้าคุ้นก็ไม่ต้องแปลกใจเลย เพราะที่นี่เป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจของ หมู่บ้านของเบลล์ ใน Beauty and the Beast (1991) นั่นเอง แถมยังเป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่สวยที่สุดในประเทศฝรั่งเศส (Les Plus Beaux Villages de France) ด้วย เพราะแค่เดินเข้าไปในตัวเมือง เราก็จะพบกับบ้านเมืองสีสันสดใสเหมือนหลุดเข้าไปในโลกแห่งเทพนิยาย โดยมี Rue du Général-de-Gaulle เป็นถนนสายหลักของหมู่บ้าน ล้อมรอบไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านไวน์ขึ้นชื่อ และร้านขนมปังที่อบมาสดใหม่ทุกวัน ก่อนจะไปสิ้นสุดที่ Dolder Gate Tower หอนาฬิกาที่สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1291 ในปัจจุบันได้เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้นักท่องเที่ยวเข้าชม

Ribeauvillé

3. Ribeauvillé

ถัดจาก Riquewihr เพียง 4 กิโลเมตรก็จะถึง Ribeauvillé หมู่บ้านอีกแห่งหนึ่งที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับหมู่บ้านของเบลล์ค่ะ ที่นี่ขึ้นชื่อว่าเป็น Ville Fleurie หรือ หมู่บ้านแห่งดอกไม้ เช่นเดียวกับกอลมาร์ เพราะตามระเบียงบ้าน ถนนหนทาง ลานน้ำพุ หรือแม้กระทั่งรูปปั้นต่างๆ ก็ตกแต่งด้วยดอกไม้หลากสี สวยสุดๆ ในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน เมื่อนอกไปนอกเมืองก็จะพบกับ Château Saint Ulrich, Château Girsberg และ Château du Haut-Ribeaupierre ปราสาทโบราณบนเนินเขา ที่ทำให้เราเห็นวิวอันแสนสวยของหมู่บ้านและไร่องุ่นเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ

ใครที่มีโอกาสไปเที่ยว Ribeauvillé ในช่วงเทศกาลคริสต์มาสจะได้สัมผัสกับ Medieval Christmas Market ตลาดคริสต์มาสที่มีกลิ่นอายความคลาสสิกของยุคกลาง เต็มไปด้วยร้านค้าขายเครื่องประดับตกแต่งน่ารักๆ ขนม อาหาร และอื่นๆ อีกมากมายที่พร้อมสร้างความสุขให้กับทุกคน

4. Strasbourg

Strasbourg เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดในแคว้นอาลซัส แต่ก็ยังไม่ทิ้งเสน่ห์ของบ้านเมืองสไตล์ยุคกลางเอาไว้ โดยเฉพาะในเขตเมืองเก่าซึ่งตั้งอยู่ใจกลาง Grand Island โดดเด่นด้วย Strasbourg Cathedral มหาวิหารสถาปัตยกรรมโกธิค (Gothic) สุดวิจิตรตระการตา ล้อมรอบด้วย แม่น้ำอีล (River Ill)ufabet และต้นไม้ร่มรื่น ทัศนียภาพอันงดงามและบ้านเรือนที่ได้รับการอนุรักษ์เป็นอย่างดีทำให้ที่นี่ได้รับการขึ้นทะเบียนจาก UNESCO ให้เป็นมรดกโลก นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมล่องเรือไปตามแม่น้ำอีลเพื่อดื่มด่ำกับบรรยากาศสุดโรแมนติก และเนื่องจากเป็นเมืองที่ติดกับติดกับพรมแดนเยอรมัน หลายคนๆ จึงเลือกที่จะไปเที่ยวเยอรมันต่อจากที่นี่เลย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *